gap 的个人资料นักประดิษฐ์อิสระ照片日志列表 工具 帮助

日志


10月23日

++ตะลุยสิงคโปร์++

อา.. บล๊อกหน้านี้ก็คงถือเป็นบล๊อกหน้าที่ 2 ของผม หลังจากเริ่มเขียนมาได้ 1 สัปดาห์กว่าๆ
และในบล๊อกครั้งที่แล้วผมก็หยอดไว้ว่าในครั้งนี้จะเกี่ยวกับ
"กุ้ง"
แต่เดี๋ยวก่อนครับ...
สิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับกุ้งที่ว่านั้นหน่ะ .. ผมขอยอมรับว่าทำไม่ทันก่อนเปิดเทอมแน่เลย
ดังนั้นก็จะขอผัดวันประกันพรุ่งไปก่อนฮะ ไว้ทำเสร็จเมื่อไหร่จะรีบเอามาโชว์ทันทีคับ (ขออภัยด้วยคร๊าบ~ )

ครับ.. บางท่านอาจจะทราบแล้วว่าเมื่อวันที่ 19-21 ต.ค. ที่ผ่านมา ผมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปประเทศสิงคโปร์
เหตุที่ว่านี้ถ้าจะกล่าวโดยย่อให้สั้นที่สุดก็คือ "คุณพ่อให้ไปทำงาน"
แต่ถ้าถามว่าเป็นงานอะไรฟระ.. ทำไมต้องถ่อไปถึงสิงคโปร์?
คำตอบก็คือ ที่สิงคโปร์นั้นเค้าจะมีโซนอยู่โซนหนึ่งของประเทศ ชื่อว่า Siagapore Science Park
โซนนี้จะเป็นแหล่งที่รวมห้อง lab ทดลองหลากหลายรูปแบบ อาทิ Mechanical, Acoustic เป็นต้น
ถ้าให้เปรีบเทียบ ก็เทียบได้กับการนำ lab วิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัยในประเทศเรามารวมกันไว้เป็นโซนเดียวกันนั่นเอง 
 อนึ่ง เดิมที Siangapore Science Park นี้ก็เป็นของรัฐบาลสิงคโปร์ครับ
แต่ปัจจุบันทาง PSB Corperation ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทั่วโลกให้ความเชื่อถือในมาตรฐานก็ได้เข้ามาเป็นเจ้าของแทน
และด้วยเหตุนี้เอง คุณพ่อของผมจึงได้ส่งสินค้าต้นแบบไปทดสอบที่ lab นี้
รวมไปถึงส่งตัวผมให้ไปติดตั้งสินค้าใน lab เพื่อทดสอบด้วยนั่นเอง
แต่ถ้าถามอีกว่า เป็นสินค้าอะไรฟระ.. ผมไม่ขอบอกก็แล้วกัน.. (ความลับบริษัท ฮะๆ ไม่ว่ากัน)
 
 ทว่าในช่วงเวลาแค่ 3 วัน.. ผมก็ได้ไปประสบอะไรมาพอสมควรในประเทศสิงคโปร์
รวมไปถึงการได้ไปเยี่ยมชม Singapore Science Center ..ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติของเขา
ดังนั้นผมเลยเห็นว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะมีประโยชน์ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้
รวมไปถึงจะยังมีประโยชน์สำหรับท่านที่สงสัยว่าวัฒนธรรมของสิงคโปร์แตกต่างจากไทยอย่างไร?
..
..
ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว...
ผมก็ขอเชิญทุกท่านนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย และสนุกไปกับการเดินทางใน blog ที่ 2 ของผมเลยแล้วกันครับ

เริ่มวันที่ 19 ต.ค. 
  ก่อนที่จะออกเดินทางไปสิงคโปร์ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของประเทศเรา..สนามบินสุวรรณภูมิ
ความจริงแล้วตัวอาคารก็ไม่ได้โอ่งโถงเหมือนที่โฆษณาสักเท่าไหร่ครับ (บางท่านเล่าว่า เดินได้ทั้งวันยังไม่ทั่ว - -") 
แต่คิดว่าที่ใหญ่จริงๆ น่าจะเป็นพื้นที่ของสนามบินเสียมากกว่าครับ เพราะกว่ารถจะเข้าไปถึงตัวอาคารได้จากทางด่วนที่เชื่อมต่อก็กินเวลาร่วม 10 นาที
หลังจากผมเดินหลั่นล้าอยู่ 1 ชม. ก็ได้เวลาขึ้นเครื่องออกเดินทางไปยังสิงคโปร์(เที่ยวบินผมออกตอน 07.45 น.)

เมื่อครั้นมาถึงที่สนามบิน Changi ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว (เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม.ฮะ) ผมก็รีบตรงไปยัง PSB Lab ทันทีครับ
หลังจากเสร็จการติดตั้งในวันแรก ก็กินเวลาไปจนเกือบ 4 โมงเย็นแล้ว ซึ่งกำหนดการของผมถัดไปก็คือไปเช็คอินเข้าโรงแรมย่าน Ochard
และก็ไป Kinokuniya (เพราะที่นี่ใหญ่กว่าที่พารากอนประมาณ 10 เท่าได้) ซื้อหนังสืออะไรเรื่อยเปื่อยครับ
จบวันที่ 19 ต.ค.  
เริ่มวันที่ 20 ต.ค.
  ..หลังจากที่ผมใช้เวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้ายัน 5 โมงเย็นไปกับการทดสอบที่ PSB Lab .. การทดสอบของภารกิจครั้งนี้ก็เสร็จสิ้นครับ  
ทว่าก่อนที่จะผมกลับไปยังโรงแรมที่พัก ทาง Dr.LEM ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้า Acoustic Lab ก็ได้แนะนำให้ผมลองไปเที่ยวย่าน Little India ดูในคืนนี้
แม้ผมจะถามว่ามันมีอะไร ทำไมถึงน่าสนใจ Dr.LEM ก็บอกว่าให้ผมลองไปดูเองแล้วจะรู้ (บอกเพียงแต่ว่า ทั้งถนนจะดำไปหมด)
แน่นอนครับ.. ถ้าผมไม่ลองไป ผมก็คงถือว่ายังมาไม่ถึงสิงคโปร์  ..... ทำไมฟระ - -"
 
  ผมเลือกเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน เพราะถนนช่วงนั้นหนาแน่นมาก(เย็นวันศุกร์หน่ะ) อีกทั้งค่าโดยสารก็ถูกแสนถูก
ซึ่งขณะเดียวกันนั้น ผมก็สังเกตว่า ทำไมมีพวกแขกอินเดียอัดกันอยู่เต็มรถไฟเลย ... เอ่อ "อัด" ในที่นี้หมายถึง "หนาแน่น" นะ
และเมื่อครั้นถึงสถานี Little India ทันทีที่ประตูรถไฟเปิดออก .. เท่านั้นเองครับ คนอินเดีย นับร้อยก็กรูกันแย่งกันขึ้นบันไดเลื่อนไปยังด้านบน
ส่วนตัวผมเองก็ได้แค่ปล่อยตัวอย่างอิสระไหลไปตามทะเลดำเพื่อไปยังประตูทางออกครับ
   หลังออกจากสถานี Little India มาได้โดยปลอดภัย เดินมาตามถนนควาย (Buffalo Rd) ก็ได้ทราบว่าย่านนี้เป็นย่านที่คนอินเดียในสิงคโปร์อาศัยอยู่กันมาก
และก็สังเกตอย่างเห็นได้ชัดเจนครับ.. ว่าพวกเขากำลังจัดงานเฉลิมฉลองอะไรซักอย่างอยู่อย่างแน่นอน
 
  เกร็ดความรู้: อย่างที่ทุกท่านทราบว่าประเทศสิงคโปร์นั้นประกอบไปด้วยคนหลายหลายเชื้อชาติมาก ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย
  ภาษาราชการที่ใช้แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็มักจะได้ยินคนสิงคโปร์สื่อสารกันด้วยภาษาจีน อินเดีย หรือมาเลย์ อยู่มากครับ
  ดังนั้นทางรัฐบาลจึงจัดตั้งโซนบางโซนให้เป็นของเชื้อชาติหลักๆ แต่ละเชื้อชาติ อาทิย่าน China Town, Little India, Malay Village เป็นต้น
  และบ่อยครั้งที่กิจกรรมเทศกาลของแต่ละย่าน จะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวของนักเดินทาง
   ทั้งนี้ ทางสิงคโปร์ก็ได้มีโครงการริบบิ้นสีส้ม (Orange Ribbin) เพื่อแสดงให้เห็นว่า "แม้เราจะแตกต่างกัน แต่เราไม่แตกแยกกัน" ครับ
หลังจากได้เข้าไปสอบถามกับร้านค้าร้านหนึ่งซึ่งพนักงานเป็นคนอินเดีย ก็ได้ทราบว่าพวกเขากำลังจัดงาน Deepavali กันอยู่ครับ
ซึ่งงาน ดีปาวารี ที่ว่านี้ ก็คือ งานฉลองวันขึ้นปีใหม่ของอินเดีย นั่นเองครับ
ภาพที่ท่านได้เห็น จะพบว่าผู้คนออกมาเฉลิมฉลองกัน มีการประดับไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งถนน มีการนำเครื่องหอม เครื่องเทศ งานฝีมือออกมาขายมากมาย
แต่กระนั้นสิ่งที่แตกต่างจากการฉลองปีใหม่ของไทยอย่างชัดเจนก็คือ ไม่มีการจุดดอกไม้ไฟ(Fire work)ครับ
เพราะที่สิงคโปร์ กฎหมายได้ห้ามไว้อย่างชัดเจนในเรื่องของการจุดดอกไม้ไฟ .. ทำได้แค่เพียงจุดไฟเย็น หรือไม่ก็กรวยฉลอง(ที่ดึงเชือกตรงก้นแล้วมันจะโป้ง! อ่ะ)  
ดังนั้นถ้าเกิดมีย่าน Thai Town ขึ้นมา.. ผมว่าคงเป็นการฉลองปีใหม่ที่เก็บกดพอสมควรครับ
จบวันที่ 20 ต.ค.
เริ่มวันที่ 21 ต.ค.
  เสียงโทรศัพท์มือถือที่ตั้งปลุกไว้ดังขึ้น ณ เวลา 07.00 น. ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับนึกครวญถึงกำหนดการในวันนี้
ไล่จากท้ายสุด คือเที่ยวบินออกจากสนามบิน Changi ตอน 19.30 น. จึงควรออกเดินทางไปสนามบินซักตอน 5 โมงเย็น
ดังนั้นวันนี้ผมจะมีเวลาว่างประมาณ 10 ชม.ที่จะได้ไปหลั่นล้าอย่างอิสระในสิงคโปร์
และแน่นอน.. สถานที่แรกที่ผมตั้งใจว่าจะไป (รวมถึงได้รับคำสั่งจากคุณพ่อว่าให้ไปดูซะ) ก็คือ Singapore Science Center
  หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ ผมก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อนั่งไปยัง science center
ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจากย่าน Ochard ผมก็มาถึงสถานีที่ใกล้กับ science center มากที่สุด ตอน 09.10น.
ทว่า.. เมื่อครั้นไปถึง ก็พบว่าวันนี้ที่นี่เปิดตอน 10.00 น. ครับ ทำให้รู้สึกแก่วพอสมควร (อุตส่าห์ตื่นซะเช้า - -")
เอาหล่ะ ไม่เป็นไร.. สุดท้ายหลังจากเดินเล่นอยู่ด้านหน้าจนถึง 10.00 น. เค้าก็เปิดให้ผมเข้าชมครับ

 
 
 
ผมใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งเดินดูที่นี่อย่างคร่าวๆ เนื่องจากหลายโซนนั้นปิดซ่อมแซมเป็นส่วนใหญ่
ความจริงแล้วที่ Singapore Science Center นี้ผมเคยมาหนนึงแล้วเมื่อสองปีก่อน (ตอนที่มาแข่ง WRO นั่นแหละ..)
แต่ที่ตัดสินใจมาอีกครั้ง ก็เพื่อมาดูว่าเขามีการเพิ่มเติมส่วนใดอีกหรือไม่
ซึ่งแน่นอนครับ .. นั่นก็คือส่วนของ Deep Blue Sea ที่ได้อัพโหลดรูปให้ชมกันด้านบนและด้านนอก
รูปสัตว์ที่ดองเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสัตว์ทะเลลึกทั้งสิ้นครับ ทำให้ลักษณะทางกายภาพของพวกมันค่อนข้างแหวกแนวไปจากสัตว์ทะเลอื่นๆ
ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่เหล่านี้จะไม่ค่อยมีวิวัฒนาการในระบบการมองสักเท่าใดนัก..
อันด้วยเหตุผลที่ว่า ที่ใต้ทะเลลึกระดับหนึ่ง แสงสว่างจะลงมาไม่ถึง
รวมไปถึงการปรับความดันของร่างกาย ให้อยู่รอดภายใต้แรงกดดันประมาณ 10 ตันที่กดทับต่อร่างกายเล็กๆ ของพวกมัน
ดังนั้น ถ้าท่านใดที่สนใจจะสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ทดต่อแรงกดได้สูงๆ แล้วหล่ะก็... สัตว์ทะเลลึกเหล่านี้ก็น่าสนใจจะศึกษาครับ
 
ส่วนในรูปอื่นๆ นั้น ไล่ลงมาเรื่อยๆ ก็จะเป็นคำกล่าวของไอน์สไตน์ที่ผมรู้สึกว่าแนวดี
-โซนกายภาพร่างกายมนุษย์ ซึ่งโชว์หลักการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมไปถึงมีเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจให้ลองเล่นด้วย
-หมอออนไลน์.. หนึ่งในโครงการที่ผมคิดอยากทำตั้งแต่สมัยเป็นกน. แต่ทำไม่สำเร็จ (เพราะไปวุ่นกะงานด่วนที่สุดอย่างอื่น ^ ^)
-โชว์ฟ้าผ่า ยก High Voltage Laboratory มาไว้ในพิพิธภัณฑ์เลยแฮะ
-ISSAC ASIMOV บิดาแห่งนิยายวิทยาศาสตร์หุ่นยนต์และเป็นที่มาของหุ่นยนต์นาม ASIMO ของ Honda
-การเคลื่อนที่อย่างไร้รูปแบบของน้ำแข็งแห้งบนน้ำทะเล ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการเคลื่อนที่แบบบราวเนี่ยน(ใครเด็กวิทย์ต้องรู้จัก)
-รูปชวนพิศวง อาทิ นกหรือเกาะ? ช้างมีกี่ขา?(อยากดูมากกว่านี้ไปดู Photo Album ครับ)
 
สำหรับความเห็นของผม ที่มีต่อสถานที่แห่งนี้.. ก็คงเป็น "ได้รับความสนุกเพลิดเพลินและได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยรู้"
เนื่องจากของตั้งโชว์เกือบทุกชิ้นของเขาสามารถทำงานได้จริง.. ประมาณว่ากดปุ่มแล้วระบบทุกอย่างไม่ขัดข้อง
ซึ่งถ้าท่านใดที่มีโอกาสเดินทางไปสิงคโปร์ และพอมีเวลาเที่ยวสัก 3-4 ช.ม.  ผมก็แนะนำครับ ว่าลองให้ไปเยี่ยมชม(ค่าเข้าประมาณ 6 S$ )


 เอาหล่ะครับ เขียนมายืดยาวพอสมควร ผมเองก็คงได้เวลาสะบัดนิ้ว เช็ดคีย์บอร์ด เตรียมเข้านอน
ก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยสิ่งนี้แล้วกันครับ คำกล่าวของสองนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก
และก็ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางครับ

"Genius is one percent Inspiration and ninety-nine percent Perspiration"
                                                                                         โทมัส อันวา เอดิสัน
"Imagination is more important than knowledge"
                                                                                         อัลเบิร์ก ไอน์สไตน์
 
 

评论 (18)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

JahSonia发表:
สิงคโปร์น่าสนใจดีนะคะ ^^*
11 月 10 日
PPariya发表:
เห็นด้วย
เป้น blog ที่มีสาระจริงๆ
 
ตอนกรูออกจากรถไฟใต้ดิน แล้วอัดกัน กลัวว่าสื่อถึงอะไรหรอ??
11 月 4 日
cheercanon发表:
ทำไมชั้นต้องเป็นนักกล้ามผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีฟะ??
นั่นมันท่าน Hazter ตะหาก
11 月 3 日
Sirikan发表:
พี่แก็ปมีสาระดีจัง
ฮ่าฮ่า
(ใช้โน้ตบุ๊คเพื่อนอยู่แหละ)
 
คือแมลงมันตายอยู่แล้วนะ
แต่มีข่าวดีคือ อยู่ๆพอเดือนพย ปุ๊บ แมลงก้อหายไปปั๊บเลยแหละ
 
from ก่อน
11 月 2 日
มาเม้นท์ให้ปู่ๆ
โหยยย อยากไปเที่ยวบ้างจัง
ไม่ได้เที่ยวเรยอ่า - -*
 
งานก้อเยอะ หนังสือไม่มีเวลาอ่าน
จาตายแร้วค่ะ T T
 
~
11 月 1 日
อ้ายเห้ บล็อกยาวสาดๆ
ตอนแรกลุ้นอยู่ว่า จบบล็อก แกจะสะกด singapore ถูกมั้ย
เหนสะกดผิด 2 อันแรก สุดท้ายก็มาแก้ตัวได้ 555
10 月 31 日
MAy发表:
อยากไปlittle indiaจังอะ
 
ปูใหญ่น่ากิน55+
 
ไปสอบหมอมา ไม่รู้จะได้ถึงครึ่งป่าวอ่าพี่แก๊ป
ห้าห้าห้า
10 月 30 日
ช่างเป็นสเปซที่ยาวจริงๆ ครับท่าน! 555
 
แต่หนุกดี
 
สุดยอดเรย.. ได้เป็นตัวแทนทั่นพ่อเชียว
 
ยังคงรอผลผลิตกุ้งต่อไป
10 月 30 日
เจ๋งดีอ่ะแก๊ป... เขียนซะยาวเป็นสารคดีเลย
 
ดีละ ๆ ว่างๆเข้ามาอ่านอีก .. 
 
10 月 29 日
โห ท่าทางน่าหนุกแต่ก้ดูเหนื่อยน่าดูแฮะทริปนี้
อืม...บล้อกนี้ค่อนข้างสร้างสรรค์มากเลยแฮะ
ไว้วันหลังไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของโตเกียวเเล้วจะเอามาลงมั่ง อิอิ
10 月 29 日
ดูรูป Science centre ที่นั่นแล้วน่าสนใจดี เราจะได้ไปดูมั่งเปล่าวะ
ไว้มีโอกาสจะเล่าเรื่องของ Deutsches Museum พิพิธภัณฑ์ (วิทยาศาสตร์) เยอรมัน ณ เมือง Munich ให้ฟังมั่ง
10 月 26 日
13e!L发表:
Science CenTer สวยดีอ้ะ
อิจฉาจังเรย ได้ไปเที่ยวด้วย
วันหลังชวนมั่งดิ ^^
10 月 26 日
匿名 的图片
pann 发表:
เปนบล๊อกที่มีสาระที่สุดเท่าที่เคยเห็น
 
ไม่ว่างอ่านเฟ้ย
ต้องดูบอล
เอ้ย อ่านหนังสือ
10 月 26 日
Po_Ok^^发表:
อยากป๊ายยยยยยยยยยยยยยยมากมาย
 
....น่าอิจฉาอะ.....
 
......ขอบคุนที่เอารูปมาให้ดูนะ.....
ตอนนี้เราเปิดเทอมแล้ว ใกล้สอบแล้วด้วยTT_TT
 
 
10 月 24 日
Nu+Ploy发表:
 
อยากไป science center อ่ะ
น่าดูจังๆ
 
(ไม่น่าเชื่อแก๊ปจะสร้างบล๊อกเนอะ)
10 月 24 日
Chai发表:
อยากไปจังเลย สวยดี ทีหลังชวนมั่งดิ ไอ้เกย์gap
10 月 24 日
cheercanon发表:
อยากป๊ายยยยยยย
ไม่มีตังค์ง่ะ T_T
 
เสียดายไม่ได้ไปลิตเทิลอินเดียเมืองไทย
น่าจะจัดงานนี้เหมือนกันแหงเลย
 
เจอกันบอร์ดมีตๆๆ
10 月 23 日
sTramunap发表:
หมดไปเท่าไหร่เนี่ยเธอ ทริปนี้

อย่าลืมบอร์ดมีตติ้งนะ
10 月 23 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://gaprobot.spaces.live.com/blog/cns!EDF1593B634FDF0!184.trak
引用此项的网络日志